Skip to Content

Viscosity Mismatch & Oil Mixing : เติมน้ำมันไฮดรอลิคผิดเบอร์ทำให้ปั๊มพังยกล็อต

2 กันยายน ค.ศ. 2026 โดย
Planin
| ยังไม่มีความคิดเห็น

 "เห้ยๆ เบอร์ 68 ในสโตร์หมดว่ะ เอาเบอร์ 46 หรือ 32 เติมๆ ผสมไปก่อนละกัน สีใสๆ ลื่นๆ เหมือนกันแหละ เครื่องไม่รู้หรอก!"


ประโยคดับเครื่องชนที่ทำเอาวิศวกรซ่อมบำรุงและเจ้าของโรงงานกุมขมับเลยครับ! 

เพราะน้ำมันไฮดรอลิคไม่ใช่ซีอิ๊วขาวที่จะหยิบยี่ห้อไหนเบอร์ไหนมาเหยาะผสมกันก็ได้อย่างที่คิด!

.

ความจริงแล้ว ตัวเลขเบอร์น้ำมันพวกนี้ถ้านายช่างเข้าใจความหมายของมัน จะรู้เลยว่าเรามั่วไม่ได้เด็ดขาด เพราะการประหยัดเวลาเล็กๆ น้อยๆ หน้างาน อาจกลายเป็น Hidden Cost หลักล้านที่ทำให้ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงักได้เลยนะ… 

.

ก่อนอื่นเรามาไขข้อสงสัยกันก่อนครับว่า "ตัวเลขบนถังน้ำมันไฮดรอลิคบอกอะไรเราได้บ้าง?" 🤔

.

จริงๆ แล้วตัวเลขพวกนี้ เช่น ISO VG 32, 46, 68 คือค่า "ความหนืด" (Viscosity) ของน้ำมันครับ 

ยิ่งเลขน้อย น้ำมันยิ่งใสและไหลง่าย ยิ่งเลขมาก น้ำมันก็ยิ่งหนืดขึ้น ทำให้เกาะตัวได้ดีมากขึ้นเลยล่ะ !

.

เบอร์ 32 : น้ำมันจะมีความใสและหนืดน้อย จะเหมาะสำหรับ เครื่องจักรใหม่ ที่ระยะห่างชิ้นส่วนภายในยังฟิตเปรี๊ยะ !  ต้องการน้ำมันไหลเวียนไวและฟิล์มน้ำมันไม่ต้องหนามาก

.

เบอร์ 68 : น้ำมันจะมีความหนืดสูง ซึ่ง ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมในบ้านเราสุดๆ! เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เวลาเครื่องจักรทำงานหนักติดต่อกัน อุณหภูมิระบบจะสูงมาก ดังนั้น

น้ำมันเบอร์ 68 ที่มีความหนืดสูงกว่าจะยังคงฟิล์มน้ำมันไว้ได้ดี ไม่เหลวเจิ่งเป็นน้ำ ทนต่ออากาศร้อนในไทยได้ดีที่สุด !

.

แล้วถ้าเรา "มั่วเบอร์" หรือจับผสมกันหน้างานล่ะ…,มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ ! 😱

.

ความหนืดตีกัน จนฟิล์มน้ำมันแตก : ถ้าเราเอาเบอร์ใส (32) ไปผสมกับเบอร์หนืด (68) ฟิล์มน้ำมันที่เคยเคลือบชิ้นส่วนภายในปั๊มจะบางลงทันทีเลย

ชิ้นส่วนเหล็กข้างในจะเกิดการเสียดสีกันรุนแรง ความร้อนพุ่งสูงปรี๊ดดด…จากนั้นเศษโลหะหลุดเข้าไปบดขยี้ระบบภายในจนปั๊มพังยกล็อต!

.

สารเติมแต่ง (Additive) ทำปฏิกิริยากัน : น้ำมันแต่ละยี่ห้อใส่สารเคมีกันสนิม สารกันฟอง             ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว…พอเอามาผสมกัน สารพวกนี้อาจจะทำปฏิกิริยากลายเป็นตะกอนเหนียวๆ เหมือนยางเหนียวไปอุดตันไส้กรองและวาล์ว จนวาล์วค้าง ทีนี้ปั๊มดูดน้ำมันก็ดูดไม่ขึ้น…. และจะส่งผลให้ระบบภายในชัตดาวน์ไปได้เลย !

.

พอรู้ปัญหาที่น้ำมันรวมกันแล้วดูน่ากลัวมากใช่ไหม…😱เพราะแค่ผสมกันเพียงนิดเดียว อาจจะทำเครื่องจักรพังได้เลย !

.

แต่ไม่ต้องกังวลไปทาง K&P เรามีวิธีแก้สถานการณ์เฉพาะหน้ามาให้แล้ว…

(ในกรณีที่ของหมดแต่เครื่องจักรยังต้องไปต่อ)

.

1️⃣ ปรับลด Load เครื่องจักร : ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องต่อ ให้ลดภาระการทำงานลงในทันที 

เพื่อลดอุณหภูมิและความดันในระบบ เครื่องจะได้ไม่ทำงานหนักและกินน้ำมันที่เหลือ….

.

2️⃣ ถ่ายยกแทงก์ ดีกว่าเทผสม : ห้ามเอาต่างเบอร์ต่างยี่ห้อไปเทผสมเด็ดขาด! ถ้าจำเป็นจริงๆ 

ให้ถ่ายน้ำมันเก่าออกให้หมด แล้วเติมน้ำมันใหม่เบอร์ใกล้เคียงที่สุดเพียวๆ ลงไปทั้งระบบชั่วคราวแทน

.

3️⃣ เร่งสั่งสเปกเดิมแล้วทำการ Flushing : รีบสั่งน้ำมันเบอร์ตรงยี่ห้อเดิม และเมื่อของมาถึง 

จะต้องล้างระบบ (Flushing) ล้างคราบน้ำมันชั่วคราวออกให้สะอาดหมดจดก่อนเติมของใหม่เข้าไปด้วย

.

💡Deep Insight :

 สรุปกันสั้นๆ ครับ…. น้ำมันไฮดรอลิคก็เหมือน "เลือด" ของเครื่องจักรนั่นเลยครับ

 ถ้าคนเราเลือดกรุ๊ปเอแต่โดนเติมเลือดกรุ๊ปบีเข้าไป ร่างกายก็ช็อกตายได้เลยนะ 😖

.

เพราะฉะนั้น การเลือกเบอร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราอย่างเบอร์ 68 และใส่ใจไม่ผสมน้ำมันผิดสเปก เท่านี้ก็จะช่วยเซฟเครื่องจักรหลักล้านและเซฟเงินกระเป๋าโรงงานได้อย่างแท้จริง!

.

ว่าแต่ นายช่างเคยเจอสถานการณ์หน้างานที่น้ำมันพร่องฉุกเฉินแล้วของหมดสต็อกบ้างไหมครับ ตอนนั้นงัดวิชาอะไรมาเอาตัวรอดกันบ้าง? พิมพ์คอมเมนต์มาแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆ กันหน่อย ! 👇


Planin 2 กันยายน ค.ศ. 2026
แชร์โพสต์นี้
บล็อกของเรา
เก็บถาวร
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น