"เห้ยๆ เบอร์ 68 ในสโตร์หมดว่ะ เอาเบอร์ 46 หรือ 32 เติมๆ ผสมไปก่อนละกัน สีใสๆ ลื่นๆ เหมือนกันแหละ เครื่องไม่รู้หรอก!"
ประโยคดับเครื่องชนที่ทำเอาวิศวกรซ่อมบำรุงและเจ้าของโรงงานกุมขมับเลยครับ!
เพราะน้ำมันไฮดรอลิคไม่ใช่ซีอิ๊วขาวที่จะหยิบยี่ห้อไหนเบอร์ไหนมาเหยาะผสมกันก็ได้อย่างที่คิด!
.
ความจริงแล้ว ตัวเลขเบอร์น้ำมันพวกนี้ถ้านายช่างเข้าใจความหมายของมัน จะรู้เลยว่าเรามั่วไม่ได้เด็ดขาด เพราะการประหยัดเวลาเล็กๆ น้อยๆ หน้างาน อาจกลายเป็น Hidden Cost หลักล้านที่ทำให้ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงักได้เลยนะ…
.
ก่อนอื่นเรามาไขข้อสงสัยกันก่อนครับว่า "ตัวเลขบนถังน้ำมันไฮดรอลิคบอกอะไรเราได้บ้าง?" 🤔
.
จริงๆ แล้วตัวเลขพวกนี้ เช่น ISO VG 32, 46, 68 คือค่า "ความหนืด" (Viscosity) ของน้ำมันครับ
ยิ่งเลขน้อย น้ำมันยิ่งใสและไหลง่าย ยิ่งเลขมาก น้ำมันก็ยิ่งหนืดขึ้น ทำให้เกาะตัวได้ดีมากขึ้นเลยล่ะ !
.
เบอร์ 32 : น้ำมันจะมีความใสและหนืดน้อย จะเหมาะสำหรับ เครื่องจักรใหม่ ที่ระยะห่างชิ้นส่วนภายในยังฟิตเปรี๊ยะ ! ต้องการน้ำมันไหลเวียนไวและฟิล์มน้ำมันไม่ต้องหนามาก
.
เบอร์ 68 : น้ำมันจะมีความหนืดสูง ซึ่ง ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมในบ้านเราสุดๆ! เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน เวลาเครื่องจักรทำงานหนักติดต่อกัน อุณหภูมิระบบจะสูงมาก ดังนั้น
น้ำมันเบอร์ 68 ที่มีความหนืดสูงกว่าจะยังคงฟิล์มน้ำมันไว้ได้ดี ไม่เหลวเจิ่งเป็นน้ำ ทนต่ออากาศร้อนในไทยได้ดีที่สุด !
.
แล้วถ้าเรา "มั่วเบอร์" หรือจับผสมกันหน้างานล่ะ…,มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ ! 😱
.
ความหนืดตีกัน จนฟิล์มน้ำมันแตก : ถ้าเราเอาเบอร์ใส (32) ไปผสมกับเบอร์หนืด (68) ฟิล์มน้ำมันที่เคยเคลือบชิ้นส่วนภายในปั๊มจะบางลงทันทีเลย
ชิ้นส่วนเหล็กข้างในจะเกิดการเสียดสีกันรุนแรง ความร้อนพุ่งสูงปรี๊ดดด…จากนั้นเศษโลหะหลุดเข้าไปบดขยี้ระบบภายในจนปั๊มพังยกล็อต!
.
สารเติมแต่ง (Additive) ทำปฏิกิริยากัน : น้ำมันแต่ละยี่ห้อใส่สารเคมีกันสนิม สารกันฟอง ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว…พอเอามาผสมกัน สารพวกนี้อาจจะทำปฏิกิริยากลายเป็นตะกอนเหนียวๆ เหมือนยางเหนียวไปอุดตันไส้กรองและวาล์ว จนวาล์วค้าง ทีนี้ปั๊มดูดน้ำมันก็ดูดไม่ขึ้น…. และจะส่งผลให้ระบบภายในชัตดาวน์ไปได้เลย !
.
พอรู้ปัญหาที่น้ำมันรวมกันแล้วดูน่ากลัวมากใช่ไหม…😱เพราะแค่ผสมกันเพียงนิดเดียว อาจจะทำเครื่องจักรพังได้เลย !
.
แต่ไม่ต้องกังวลไปทาง K&P เรามีวิธีแก้สถานการณ์เฉพาะหน้ามาให้แล้ว…
(ในกรณีที่ของหมดแต่เครื่องจักรยังต้องไปต่อ)
.
1️⃣ ปรับลด Load เครื่องจักร : ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องต่อ ให้ลดภาระการทำงานลงในทันที
เพื่อลดอุณหภูมิและความดันในระบบ เครื่องจะได้ไม่ทำงานหนักและกินน้ำมันที่เหลือ….
.
2️⃣ ถ่ายยกแทงก์ ดีกว่าเทผสม : ห้ามเอาต่างเบอร์ต่างยี่ห้อไปเทผสมเด็ดขาด! ถ้าจำเป็นจริงๆ
ให้ถ่ายน้ำมันเก่าออกให้หมด แล้วเติมน้ำมันใหม่เบอร์ใกล้เคียงที่สุดเพียวๆ ลงไปทั้งระบบชั่วคราวแทน
.
3️⃣ เร่งสั่งสเปกเดิมแล้วทำการ Flushing : รีบสั่งน้ำมันเบอร์ตรงยี่ห้อเดิม และเมื่อของมาถึง
จะต้องล้างระบบ (Flushing) ล้างคราบน้ำมันชั่วคราวออกให้สะอาดหมดจดก่อนเติมของใหม่เข้าไปด้วย
.
💡Deep Insight :
สรุปกันสั้นๆ ครับ…. น้ำมันไฮดรอลิคก็เหมือน "เลือด" ของเครื่องจักรนั่นเลยครับ
ถ้าคนเราเลือดกรุ๊ปเอแต่โดนเติมเลือดกรุ๊ปบีเข้าไป ร่างกายก็ช็อกตายได้เลยนะ 😖
.
เพราะฉะนั้น การเลือกเบอร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราอย่างเบอร์ 68 และใส่ใจไม่ผสมน้ำมันผิดสเปก เท่านี้ก็จะช่วยเซฟเครื่องจักรหลักล้านและเซฟเงินกระเป๋าโรงงานได้อย่างแท้จริง!
.
ว่าแต่ นายช่างเคยเจอสถานการณ์หน้างานที่น้ำมันพร่องฉุกเฉินแล้วของหมดสต็อกบ้างไหมครับ ตอนนั้นงัดวิชาอะไรมาเอาตัวรอดกันบ้าง? พิมพ์คอมเมนต์มาแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆ กันหน่อย ! 👇